ก่อนเข้าช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 มี.ค.) ถ้ามีคนมาบอกผู้เขียนว่า ลิเวอร์พูลจะบุกมาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ถึงโอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยสกอร์ 1-4 ผู้เขียนคงจะรู้สึกขบขันพิลึก เนื่องด้วยเหตุผลบางอย่าง
คิดอย่างเข้าข้างตัวเองว่า แม้ลิเวอร์พูลจะได้ขวัญกำลังใจมาจากชัยชนะเหนือเรอัล มาดริด ในเกมยุโรปเมื่อกลางสัปดาห์ ด้วยจำนวนผลต่างถึง 4 ประตูต่อ 0 ทั้งยังได้พักมากกว่าแมนฯ ยูไนเต็ด ที่เตะช้ากว่าหนึ่งวัน แต่ผู้เขียนก็ยังเชื่อมั่นในความสามารถ และความยืดหยุ่นของขุมกำลังของแมนฯ ยูไนเต็ด ว่ามีดีพอที่จะถอนแค้นจากที่เคยแพ้มาในนัดแรกที่พบกันได้
แต่ผลการแข่งเป็นอย่างไร เชื่อว่าทุกคนก็ทราบกันอยู่ และนี่คือหนังม้วนเก่าที่ถูกนำมาฉายใหม่ เพียงแต่ต่างเวลา ต่างสนามเท่านั้น
เอล ราฟา รู้วิธีที่จะเอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตั้งนานแล้ว เพียงแต่บางนัดที่ผ่านมาทีมของเขาไม่มีโชค ในเกมที่ผ่านมาเขาเลือกที่จะใช้การบีบพื้นที่อย่างหนักหน่วงตั้งแต่หน้าประตูแมนฯ ยูไนเต็ด ไปจนทั่วสนาม และไม่ทิ้งการวางตำแหน่งอันรัดกุมไว้ที่แนวหลัง
เซอร์ อเล็กซ์ อาจจะแก้แผนการเล่นบีบพื้นที่ของราฟาด้วยการส่งตัวขยันวิ่งไล่บี้อย่าง เตเบซ, อันแดร์สัน, รูนีย์ และ ปาร์ค แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้ทีมสามารถกุมความได้เปรียบในแง่ของรูปเกมได้ตลอดทั้ง 90 นาที
ยิ่งไปกว่านั้น มิดฟิลตัวกลางอย่าง ไมเคิล คาร์ริค มีปัญหากับการรับมือกับการบีบพื้นที่รวดเร็ว เป็นผลให้เจ้าตัวไม่อาจออกบอลดีๆ ได้บ่อยนัก จึงทำให้ยูไนเต็ดขาดทีเด็ดทีขาดในด้านการผ่านบอลทะลุทะลวงตัดแนวรับไป
และนี่อาจจะเป็นบ่ายที่แย่ที่สุดของ เนมานย่า วิดิช เลยก็ว่าได้ เขาตกเป็นเหยื่อจากการไล่บอลของตอร์เรส เป็นเหตุให้เสียประตูตีเสมอ ทั้งการเดิมพันสุดท้ายที่ตัดสินใจรวบสตีเวน เจอร์ราร์ด ในจังหวะสำคัญ จนทำให้เขาถูกไล่ออก เพื่อตรึงสกอร์ 1-2 ไว้ เพื่อให้ทีมสามารถกลับมาสู่เกมได้ ก็ยังถูกพังทลายอย่างไม่เป็นท่าจากลูกนิ่งของ เออเรริโอ อีก และเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากที่แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งเปลี่ยนตัวรุกลงมา 3 คนไม่นาน
บอลมันไม่เป็นใจให้แมนยูไนเต็ด ว่ากันอย่างนั้น
แต่ความพ่ายแพ้ต่ออริสำคัญจะไม่มีผลกระทบต่อการคว้าแชมป์ลีกของแมนฯ ยูไนเต็ด อย่างแน่นอน และเกมต่อๆ ไปจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่า ยูไนเต็ด คือของจริงหรือเปล่า
ถ้าเหล่า เดอะ ค๊อป จะป่าวประกาศว่าครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยบุกมาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ถล่มทลายถึง 1-4 ล่ะก็ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็จะตอบโต้โดยอาศัยแรงขับเคลื่อนจากความพ่ายแพ้ดังกล่าว ด้วยการเดินหน้าคว้าแชมป์ต่อไป
ผู้ชนะในบั้นปลายเท่านั้นที่จะได้เขียนประวัติศาสตร์ ถ้าแมนฯ ยูไนเต็ดเถลิงบัลลังค์แชมเปี้ยน ทุกคนก็จะลืมเกมนี้กันไป
เชื่อ..อย่างที่อาตี๋ปาร์คได้บอกไว้เต๊อะ
Putt_Hub^^
2001-2024 RED ARMY FANCLUB Official Manchester United Supporters Club of Thailand. #ThaiMUSC